พริตตี้สวย

ข่าวกีฬา ข่าวบอล ข่าวดัง ไฮไลท์บอล ผลบอลสด ทีเด็ดบอล ข่าวดารา หวย เซ็กซี่ ดูดวง

 

5 เหตุการณ์ที่เกือบทำให้ “เมสซี่” ต้องแยกทางกับ บาร์เซโลน่า

5 เหตุการณ์ที่เกือบทำให้ “เมสซี่” ต้องแยกทางกับ บาร์เซโลน่า

         5 เหตุการณ์ที่เกือบทำให้ “เมสซี่” ต้องแยกทางกับ บาร์เซโลน่า  ลิโอเนล เมสซี่ แข้งดีกรีบัลลง ดอร์ 6 สมัย จัดว่าเป็นผู้เล่นที่ทีมดังต่างต้องการได้ไปร่วมทีมและนี่ก็คือ 5 เหตุการณ์ที่เกือบทำให้แข้งอาร์เจนไตน์ต้องแยกทางกับ บาร์เซโลน่า

1. เมสซี่ เผยเองอยากย้ายออกจากสเปน 

ปี 2017 นับว่าเป็นปีที่มรสุมถาโถมเข้าใส่ ลิโอเนล เมสซี่ อย่างหนัก เพราะขาของแข้งรายนี้ได้ก้าวเข้าสู่เรือนจำไปหนึ่วก้าวเนื่องจากพบว่าทำผิดฐานเลี่ยงภาษี

ซูปเปอร์สตาร์อาร์เจนติน่าถูกตัดสินให้จำคุก 21 เดือนเนื่องจากหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่า 4.1 ล้านยูโร ในปี 2007-2009 โดยมี ฆอร์เก้ โฮราซิโอ คุณพ่อของเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ซึ่งก็ต้องโทษตามกันไป

แม้ว่าภายหลังจะมีการไกล่เกลี่ยโทษจนเหลือเพียงปรับเงินจำนวน 250,000 ยูโรแทนการจำคุก 21 เดือนแต่เขาก็รู้สึกอับอายและอยากย้ายออกจากสเปนเลยทีเดียว

“ตอนนั้นผมอยากจะย้ายออกเลย ไม่เพียงย้ายจากบาร์ซ่าเท่านั้น แต่ผมอยากย้ายจากสเปนเลย”

“ผมรู้ว่าผมถูกโจมตีอย่างหนักและผมไม่ต้องการอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว แต่ผมไม่ได้รับข้อเสนอใดๆ อย่างเป็นทางการเลย เพราะทุกคนคงคิดว่าผมอยากอยู่ที่นี่ต่อไป”

“มันเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผมและครอบครัว เพราะผู้คนมากมายไม่ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

หลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไป เมสซี่ ก็ตัดสินใจอยู่ในถิ่นคัมป์ นู ต่อเนื่องจากไม่ได้รับข้อเสนออย่างเป็นทางการจากสโมสรไหนเลย

2. ข้อเสนอร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อีกครั้ง 

แม้ว่าจะมีทีมที่สมบูรณ์แบบและพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในเวทีใหญ่ของยุโรปได้เลย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าพยายามตามจีบ ลิโอเนล เมสซี่ หวังให้ซูปเปอร์สตาร์รายนี้ย้ายข้ามฟากมาเล่นในอังกฤษเสมอมา แต่ก็ไม่มีสัญญาณที่ดีตอบกลับมาสักครั้งเดียว

แต่ในปี 2016 แผนการดึงดาวดังมาร่วมทัพเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อพวกเขาได้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมทีม เพราะกุนซือรายนี้เคยร่วมงานกับ เมสซี่ ในถิ่นคัมป์ นู มาก่อนในปี 2008-2012

นอกจากจะได้ร่วมงานกับอดีตกุนซือแล้วยังมีเพื่อนร่วมชาติอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ อีกด้วย ซึ่งทางบอร์ดบริหารเรือใบสีฟ้าเห็นว่านี่คือโอกาสอันดีในการดึง เมสซี่ มาร่วมงาน ซึ่งตอนนั้นมีรายงานออกมาว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมทุ่มเงินกว่า 150 ล้านยูโร เลยทีเดียว

นอกจากนั้นรายงานยังเผยอีกว่าดูเหมือน เมสซี่ จะสนใจข้อเสนอนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว และทุกอย่างกำลังไปได้ดี เรากำลังจะได้เห็นแข้งบัลลง ดอร์ 6 สมัยสวมเสื้อสีฟ้าโลดแล่นในพรีเมียร์ ลีก แต่กลับเป็น โจเซ็ป บาร์โตเมว และบรรดาบอร์ดบริหารทัพต่างดาวที่เจรจารั้งแข้งรายนี้ให้อยู่ทัพต่างดาวต่อได้สำเร็จ

3. เมสซี่ กับพฤติกรรมที่น่าสงสัยบนอินสตาแกรม

วยพฤติกรรมอันน่าสงสัยของ ลิโอเนล เมสซี่ ทำให้เกิดข่าวลือแยกทางทัพต่างดาวอีกครั้งในปี 2015 เมื่อเขาเริ่มแสดงให้เห็นถึงความสนใจร่วมงานกับทีมดังจาก พรีเมียร์ ลีก อย่าง เชลซี

เหตุเกิดจากมีมือดีสังเกตเห็นซูปเปอร์สตาร์จากทัพต่างดาวเริ่มกดติดตามสโมสรเชลซี ไม่เพียงแค่นั้นเขายังติดตามผู้เล่นอย่าง ติโบต์ กูร์กตัวส์ และ ฟิลิเป้ หลุยส์ ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

เพียงแค่กดติดตามผู้เล่นและสโมสรสิงห์บลูส์นั้นไม่เพียงพอจะทำให้เกิดข่าวลืออย่างหนาหูว่าเจ้าตัวจะย้ายไปร่วมงาน แต่ในขณะนั้นยังมีรายงานออกมาอีกว่า เมสซี่ กำลังมีปัญหาไม่ลงรอยกับ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือที่รับหน้าที่คุมทีมในขณะนั้นด้วย

ท่ามกลางข่าวลือมากมายทำให้ โรมัน อลราโมวิช หรือเสี่ยหมีที่เรารู้จักนั้นเล็งเห็นโอกาสในการคว้ายอดแข้งรายนี้มาครอง โดยมีรายงานออกมาว่าสิงห์บลูส์พร้อมทุ่มเงินกว่า 200 ล้านปอนด์และโปรเจกนี้ก็ได้รับความเห็นชอบจากอดิดาสอีกด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นเงินมหาศาลเพียงใด ลิโอเนล เมสซี่ ก็สะสางปัญหากับสโมสรได้อย่างลงตัวและอยู่ค้าแข้งในถิ่นคัมป์ นูต่อไป

4. เกือบได้ร่วมงานกับทัพงูใหญ่เมื่อปี 2006

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า อินเตอร์ มิลาน เคยเกือบได้ ลิโอเนล เมสซี่ ไปร่วมงานแล้วเมื่อปี 2006 โดยมีการยืนยันจากปากของ โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรในขณะนั้นว่า

ตอนนั้นมันปี 2006 ปีที่ อินเตอร์ มิลาน ทำการยื่นข้อเสนอมา”

“พวกเขาเตรียมเสนอเงิน 150 ล้านยูโร ซึ่งในภายหลังได้เพิ่มเป็น 250 ล้านยูโร แต่ผมกับและ ฆอร์เก้ พ่อของเมสซี่มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน”

“ผมบอกกับเขาว่า (พ่อเมสซี่) ‘พวกเจาต้องจ่ายหนักเพราะผมไม่ยอมขาย เขาจะมีความสุขที่นี่ เขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของที่นี่ ลูกชายคุณถูกกำหนดให้เป็นยอดผู้เล่นที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และที่นี่คือทีมที่จะช่วยให้เขาไปถึงจุดนั้น เขาจะมีความสุขไปกับมัน’”

ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นก็เป็นข้อยืนยันแล้วว่าแม้จะเป็นข้อเสนอที่มหาศาลแค่ไหนก็ตาม สโมสรก็ไม่มีทางปล่อยแข้งรายนี้หลุดมือไปง่ายๆ แน่นอน

5. เมสซี่ กับสถานการณ์ล่าสุด

เริ่มด้วยเหตุการณ์สุดดราม่าที่ เมสซี่ ออกโรงจวกรุ่นใหญ่ของสโมสรอย่าง เอริค อบิดัล หลังจากผู้อำนวยการคนนี้เป็นกระบอกเสียงหลักในการปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ออกจากตำแหน่ง ซ้ำยังต่อว่าแข้งต่างดาวเรื่องไร้ความเป็นมืออาชีพอีกด้วย

นอกจากมีปัญหากับผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรแล้ว ยังมีรายงานอีกว่า บาร์เซโลน่า แตกคอกันเองเรื่องลดเงินเดือน 70% เพื่อช่วยสโมสรจากปัญหาไวรัสโคโรน่า โดย เมสซี่ เป็นหนึ่งในแกนนำของผู้เล่นที่ยินดีช่วยสโมสร ในขณะที่ยังมีนักเตะอีกหลายกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้

ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ นาๆ ที่เกิดขึ้นติดๆ กันทำให้มีรายงานออกมาว่ายอดแข้งบัลลง ดอร์ 6 สมัย เริ่มไม่มีความสุขในถิ่นคัมป์ นูอีกแล้ว ประจวบเหมาะกับสัญญาที่กำลังจะหมดลงทำให้หลายสโมสรเตรียมกำเงินรอคว้าตัว เมสซี่ ไปร่วมทัพ โดยหนึ่งในสโมสรที่มีลุ้นที่สุดก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจ้าเดิมนั่นเอง

ท่องเที่ยว คลิก

ฟุตบอลไทย คลิก

 

 

news01

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

"มาร์เซล ซีกฮาร์ท" กองหน้าลูกครึ่งไทย-เยอรมัน มารับใช้ทัพช้างศึก

พฤหัส พ.ค. 21 , 2020
“มาร์เซล ซีกฮาร์ท” กองหน้าลูกครึ่งไทย- […]
"มาร์เซล ซีกฮาร์ท" กองหน้าลูกครึ่งไทย-เยอรมัน มารับใช้ทัพช้างศึก