ข่าวกีฬา ข่าวบอล ข่าวดัง ไฮไลท์บอล ผลบอลสด ทีเด็ดบอล ข่าวดารา หวย เซ็กซี่ ดูดวง

 

รุย คอสตา เพลย์เมคเกอร์ No.10 ที่คลาสสิกสุดแห่งยุคสมัย

“รุย คอสตา” เพลย์เมคเกอร์ No.10 ที่คลาสสิกสุดแห่งยุคสมัย

 "รุย คอสตา" นักฟุตบอล เพลย์เมคเกอร์ No.10 สุด classic แห่งยุค
“รุย คอสตา” นักเตะผู้สร้างสรรค์เกมบุกที่ได้รับการยกย่องว่าอยู่ในระดับอัจฉริยะจริงๆ เพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่วนมากพวกเขาจะมีตำแหน่งเป็น เพลย์เมคเกอร์ No.10 ที่คอยหาจังหวะเข้าทำอยู่หลังกองหน้านั่นเอง

และเมื่อเรานึกถึงนักเตะในตำแหน่งนี้จากยุคคลาสสิก ภาพของ ซีเนอดีน ซีดาน, โรแบร์โต บาจโจ, จอร์จี ฮาจี, แอนดี โมลเลอร์, พาโบล ไอมาร์ ฯลฯ ก็จะผุดขึ้นมาในหัวทันที แต่กลับมีแค่ไม่กี่คนที่จะพูดชื่อของ คอสตา ออกมา ทั้งๆที่นี่คือ 1 ในเพลย์เมคเกอร์ No.10 ที่มีความคลาสสิกสุดในยุคสมัยของตัวเองเลยทีเดียว

คำถามคือแล้ว เก่งขนาดไหนถึงได้รับการยกย่องจากแฟนบอลในระดับนั้น?

ข้ออ้างที่ไกลตัวสุดอย่างการไม่ได้รับความสนใจจากสื่อมากเท่าที่ควรมาพูดถึงก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถึงแม้จะเป็นเหตุผลที่ฟังดูตลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เพราะช่วงเวลาที่คอสต้าพีกสุดบนเส้นทางลูกหนัง เขาเล่นให้กับสโมสรที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่าง ฟิออเรนตินา นานหลายปีนั่นเอง

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องฝีเท้าแล้ว นี่คืออัจฉริยะลูกหนังที่มีความร้ายกาจมากสุดคนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย เอาง่ายๆว่าคุณจะหาเพลย์เมคเกอร์คนไหนที่เล่นเข้าขากับดาวยิงระดับพระกาฬอย่าง กาเบรียล บาติสตูตา ได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยเท่านี้อีก? เพราะขนาดตัวเทพๆอย่าง ฟรานเชสโก ต็อตติ ยังเข้าถึงสไตล์ของบาติโกล ได้ไม่ลึกเท่ากับตำนานชาวโปรตุเกสคนนี้เลยด้วยซ้ำ

จุดเด่นของ “เจ้าพ่อถุงเท้าครึ่งแข้ง” คนนี้ก็คือการสร้างสรรค์เกมบุกด้วยมิติอันหลากหลายด้วยตัวคนเดียว ทั้งการลากบอลทะลุทะลวงผ่านแนวรับเข้าหากรอบเขตโทษ, การแทงบอลทะลุช่องที่อันตรายเหนือจินตนาการของแนวรับจนแทบไม่มีใครต้านอยู่, ชิ่ง 1-2 กับเพื่อนแบบเป๊ะเวอร์, ครอสจากด้านข้างก็แม่นยำราวจับวาง แถมยังพังประตูได้เองแบบยิงเข้ามุมทุกลูกอีกด้วย

 "รุย คอสตา" นักฟุตบอลสุด classic แห่งยุค

และถึงแม้สถิติการยิง+แอสซิสต์ของคอสตาในฐานะแข้งม่วงมหากาฬจะไม่ค่อยสวยสักเท่าไรนัก เพราะมีตัวเลขสูงจริงๆแค่ 2 ซีซั่น (ปี 1998-99 ทำได้ 14 ประตู 3 แอสซิสต์ / ปี 2000-01 ทำได้ 8 ประตู 9 แอสซิสต์) แต่อิทธิพลที่เขามีต่อเกมนั้นมากมายมหาศาลจนเรียกว่าขาดไม่ได้เลยสักเกมเดียว

ถ้าลองถามคนที่ติดตามเกมลีกกัลโช เซเรีย อา ในยุค 90’s อย่างจริงจังว่าเพลย์เมคเกอร์คนไหนเล่นฟุตบอลได้คลาสสิก บุคลิกโดดเด่นเป็นสง่ามากที่สุด แน่นอนว่าส่วนใหญ่จะต้องเอ่ยชื่อของ รุย คอสตา ขึ้นมาแน่ๆ และเชื่อว่าคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เด็กๆหลายคนอยากเล่นฟุตบอลให้ได้เหมือนเขาด้วยเช่นกัน

ตามที่บอกเอาไว้ข้างต้นว่าการจ่ายบอลทะลุช่องของคอสตามีความอันตรายสูงมาก ส่วนหนึ่งมาจากการมีคู่หูสำคัญเป็น บาติสตูตา และอีกส่วนหนึ่งก็คือเขาใช้มันสมองคิดอย่างละเอียดถี่ถ้วนได้ในเสี้ยววินาทีว่าเพื่อนจะวิ่งไปทางไหน, จ่ายบอลด้วยน้ำหนักเท่าไรถึงได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม และเอาไปยิงต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาแต่ง
แต่ก่อนปล่อยบอลออกจากเท้า เขาจะสังเกตตำแหน่งการยืนของแนวรับทุกคนอย่างละเอียดเพื่อดึงหาจังหวะที่ “สมบูรณ์แบบ” ที่สุด จากนั้นก็ ชึ่บ! กดปุ่มสามเหลี่ยมแทงทะลุช่องไปให้เพื่อนซัดตุงตาข่ายแบบสวยๆ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของวิสัยทัศน์การอ่านเกมที่ขาดสุดๆ ข้ามช็อตเกินกว่าคนอื่นในสนามไปหลายจังหวะจนทำให้เกมของฟิออเรนตินามีความไหลลื่นดุดันได้ใจคอลูกหนังสุดๆ แม้จะแพ้บ้างชนะบ้างเสมอบ้าง และไม่ได้ประสบความสำเร็จมากมาย

ความใจเย็นและไม่เห็นแก่ตัวของคอสตาเองก็ถูกยกย่องอย่างมากจากนักฟุตบอลที่เคยเล่นร่วมกันมาทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติโปรตุเกส เพราะเขาไม่เคยพลาดโอกาสที่จะจ่ายให้เพื่อนเข้าทำในจังหวะสวยๆเลยแม้แต่ครั้งเดียว

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญบนเส้นทางค้าแข้งของ รุย คอสตา เกิดขึ้นในปี 2000 เมื่อคู่หูคนสำคัญอย่าง บาติสตูตา ตัดสินใจย้ายออกไปอยู่กับ โรมา แบบเซอร์ไพร์สคนทั้งโลก ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องการคว้าแชมป์อย่างจริงจังบ้างสักครั้งในชีวิตการเป็นนักเตะอาชีพ

แต่ถึงกระนั้น สตาร์ชาวโปรตุเกสก็พร้อมแบกรับภาระของทัพม่วงมหากาฬเอาไว้บนบ่าแต่เพียงผู้เดียว ช่วยสร้างสรรค์เกมบุกให้กับกองหน้าอย่าง นูโน โกเมส และ เอ็นริโก เคียซา พร้อมทำประตูเองต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล 2000-01 จนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย มาครองได้สำเร็จ แม้จะจบอันดับ 9 ในลีกก็ตาม

ฤดูกาลถัดมา คอสตาตัดสินใจพาตัวเองออกไปหาความท้าทายใหม่กับ เอซี มิลาน ซึ่งทำให้แฟนๆทีมฟิออเรนตินาต้องโศกเศร้ากันยกใหญ่ เพราะปีก่อนเพิ่งเสียบาติโกลไปหมาดๆ แต่ทุกคนเข้าดีว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
ช่นเดียวกันกับโชคชะตาของคอสตาบนเส้นทางลูกหนัง เพราะหลังจากนั้นถึงแม้เขา

จะถูกมองว่าเป็นตัวบัญชาเกมชั้นยอดของทัพปีศาจแดง-ดำ แต่ก็ไม่ได้รับการยกย่องในเรื่องของฝีเท้าหรือผลงานสูงเท่ากับตอนเล่นให้ทีมจากเมืองฟลอเรนซ์เลยแม้แต่น้อย

ปี 2006 คอสตาใช้เวลาช่วงบั้นปลายเส้นทางค้าแข้งกับทีมในประเทศบ้านเกิดอย่าง เบนฟิกา ก่อนจะแขวนสตั๊ดไปอย่างเรียบง่ายในอีก 2 ฤดูกาลให้หลัง ถือเป็นการปิดตำนาน เพลย์เมคเกอร์ No.10 ที่คลาสสิกสุดแห่งยุคสมัยไปแบบไม่ค่อยมีสื่อให้ความสนใจมากนัก

แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจก็คือ หลังจากยุคของ คอสตา ไปแล้ว วงการลูกหนังก็หาแข้งเทพๆในตำแหน่งนี้ สไตล์การเล่นแบบนี้ได้ยากมากเหลือเกิน แถมพอวันเวลาผ่านไป ชุดแข่งหมายเลข 10 ก็ถูกเปลี่ยนไปให้ผู้เล่นกองหน้าหรือสไตรเกอร์ใช้กันมากขึ้น รวมถึงแท็คติกแบบโมเดิร์นฟุตบอล ไม่ค่อยเน้นตำแหน่งนี้กันแล้วด้วย

สมมติว่าในอนาคตจะมีเพลย์เมคเกอร์ No.10 แบบดั้งเดิมแจ้งเกิดขึ้นมา เชื่อว่ายังไงก็เป็นที่ต้องการของวงการลูกหนังอยู่ดี ไม่ช้าก็เร็วคงได้เห็นกันอีกแน่ เอาหัวเป็นประกันได้เลย

แหล่งข่าว : sanook.com

ติดตามได้ที่ : ข่าวกีฬาสด

news02

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

หนุ่มๆ ตาค้าง “ฟ้า ปัญชลีย์” เผยภาพชุดนอนลูกไม้สุดเซ็กซี่

ศุกร์ พ.ย. 1 , 2019
หนุ่มๆ ตาค้าง “ฟ้า ปัญชลีย์” เผยภาพชุดนอนลูกไม้สุด […]
เว็บพันธมิตรกับเรา: | แทงบอลออนไลน์ | UFABET | คาสิโนออนไลน์ |